ถึงมือกันถ้วนหน้า ผบช.สทส.แจกหน้ากากผ้า รับไปใช้ให้คุ้ม

พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบช.สทส. ลงทุนควักกระเป๋า ซื้อ “หน้ากากผ้า” แจกผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมกำชับ “ใช้ให้คุ้ม”

ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคโควิด 19 ด้วยความเป็นห่วงของผู้บังคับบัญชา ก็ได้มีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็น การจัดเจลล้างมือให้ทั่วถึงในตัวอาคาร การวัดไข้ก่อนเข้าอาคาร การทำความสะอาดตัวอาคาร ล่าสุด พล.ต.ท.ชวลิตฯ ก็ได้หาซื้อหน้ากากผ้า มามอบให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนาย พร้อมกับคุมเข้ม ให้ใส่มาปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา

ความพิเศษของหน้ากากผ้าชนิดนี้ แม้จะเป็นหน้ากากผ้า แต่ก็เป็นผ้านาโน 2 ชนิด 2 ชั้น ซึ่งมีความสามารถในการป้องกัน “ของเหลว” ซึมผ่าน ได้ถึง 99.9% จึงสามารถป้องกันละอองจากการไอและการจามได้ และป้องกันฝุ่นได้ถึงระดับ 0.1 ไมโครอน และยังป้องกันแบคทีเรียและเกษรดอกไม้ได้อีกด้วย

และด้วยความที่มันเป็นผ้า จึงสามารถนำมาซักเพื่อใช้ใหม่ได้ หรือจะทำความสะอาดบางส่วน เพื่อให้ยังคงสามารถคงประสิทธิภาพได้นานที่สุด โดยระบุว่า ประสิทธิภาพในการยับยั้งอนุภาคของผ้าชั้นใน จะยังคงอยู่ แม้ซัก 150 ครั้ง

(ข้อมูลจาก https://genally.com/products/nano-washable-mask/ )

บรรดาเหล่าข้าราชการตำรวจในสังกัด สทส. ได้รับสิ่งดีๆ จากผู้บังคับบัญชาแบบนี้ คงได้ยิ้มกว้างๆ ภายใต้หน้ากากแน่นอน

ตำรวจไทย ต้านภัยโควิด บริจาคโลหิต ด้วยจิตอาสา


8 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บัญชาการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นำข้าราชการตำรวจในสังกัด สทส. เดินทางไปยังศูนย์บริจาคโลหิต สภากาชาดไทย เพื่อบริจาคโลหิต

ภายใต้ โครงการ “ตำรวจไทย ต้านภัยโควิด บริจาคโลหิต ด้วยจิตอาสา” โดยมีการรวบรวมข้าราชการตำรวจ จำนวน 130 นาย ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีจิตอาสาที่จะสละเลือดเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ในช่วงที่ทั่วโลกต่างเกิดเหตุการระบาดของโรคโควิด-19

โดยในโครงการนี้ พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบช.สทส.ก็ได้ร่วมบริจาคโลหิตด้วยเช่นกัน ทำให้บรรยากาศที่ศูนย์บริจาคโลหิต สภากาชาดไทย คึกคัก และบรรดาข้าราชการตำรวจต่างมีความปิติที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้

รองเท้า! เป็นเหตุให้พิการและเสียชีวิตได้

พบเห็นกันอยู่เป็นประจำ กับอุบัติเหตุที่เราไม่คาดคิด ว่า “รองเท้า” ที่เราใส่อยู่ทุกวัน จะสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ หรือแม้กระทั่ง พวกขวดน้ำที่วางเอาไว้ก็ดี ดูคลิปนี้ให้จบ แล้วอย่าลืม “ทราบแล้วเปลี่ยน” นะจ๊ะ

จะให้ หันหน้าเข้า หรือ เอาหน้าออก?? จอดรถแบบไหนปลอดภัยกว่า

เพจ “ทราบแล้วเปลี่ยน” ได้นำเสนอ การจอดรถ ในมิติของความปลอดภัยนั้น เราควรที่จะ หันหน้าเข้าหรือหันหน้าออก และมีเหตุผลสนับสนุนอย่างไร คำตอบอยู่ในคลิปสั้นๆ นี้แล้ว ไปดูกันเลย

https://youtu.be/uiJxUwmEdNw

ทราบแบบนี้แล้ว ก็ต้องเปลี่ยนกันหน่อยนะจ๊ะ

ตามล้าง ตามเช็ด! พื้นที่ส่วนรวม พื้นที่ทำงาน มั่นใจเราจะปลอดเชื้อ

สะอาดทั่วทั้งอาคาร 8 เมื่อ ฝ่ายอำนวยการ กองตำรวจสื่อสาร ระดมกำลังกันทำความสะอาด BIG CLEANING COVID-19 พื้นที่ทำงาน รวมทั้ง พื้นที่ส่วนรวม เพื่อให้ทั้งประชาชนที่มาติดต่อราชการ และตำรวจเอง มั่นใจในการทำงานที่ตั้งหน่วย

นอกจาก นโยบายของ พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ที่กำหนดให้ คนที่จะผ่านเข้าออก อาคาร 8 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต้องผ่านการตรวจวัดไข้ และล้างมือด้วยแอลกฮอล์เจลแล้ว

ล่าสุด ในวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา กองตำรวจสื่อสาร นำโดย พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ยังนำทัพตำรวจสื่อสาร ออกปราบเชื้อโควิต 19 ภายในพื้นที่่ทำงานและยังเผื่อแผ่ ไปยังพื้นที่ส่วนรวมของอาคารด้วย

ไม่ว่าจะเป็น ลิฟท์ภายในอาคาร ราวบันได ห้องน้ำชายหญิง ทางเข้าต่างๆ ตำรวจสื่อสารกรีฑาทัพเข้าไปตามล้างตามเช็ด ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกจุด เพิ่มความมั่นใจให้กับข้าราชการตำรวจ สทส.ที่ต้องทำงานที่่นี่ทุกวัน รวมทั้งประชาชนที่มาติดต่อราชการ ได้อีกระดับ

แม้ไม่ใช่มิชลิน! แต่ก็ฟิน!! เพราะนี่คือมื้อเที่ยงสวัสดิการ สทส.

กินแล้วค่อยลด สำหรับทุกวันพุธ ที่ บรรดาเหล่าข้าราชการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องแต่งกายด้วยชุดกีฬามาเพื่อออกกำลังกายในช่วงบ่าย

แต่ก่อนจะออกกำลังกาย ผู้ใหญ่ใจดี พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีและการสื่อสาร ก็จะสรรหาอาหารอร่อยๆ จากร้านที่มีชื่อเสียงต่างๆ มาทำอาหารแจกกันสดๆ ในช่วงพักกลางวัน ทั้งปริมาณอาหารและคุณภาพ รสชาด ต้องยอมรับว่า 5 ดาว และแตกต่างกันไป ในทุกๆ สัปดาห์

ไม่ว่าจะเป็นนายตำรวจระดับไหน ทุกวันพุธก็จะมีโอกาสได้ทานอาหารร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย เป็นการเสริมสร้างความสามัคคี ประหยัด ลดเวลาการเดินทางไปทานที่อื่นได้เป็นอย่างดี

และนี่คือหนึ่งสวัสดิการสร้างความสุข ให้กับ บรรดาข้าราชการ สทส.ที่เมื่อถึงวันพุธ ทุกคนจะต้องตั้งหน้าตั้งตารอลุ้นว่า “วันนี้จะมีเมนูอะไร?” ในทุกๆ พุธ

3 สิ่งไม่ควรแชร์ #โพสต์ไม่คิดชีวิตเปลี่ยน!!

โลกยุคนี้ ใครมีอะไรก็มักจะเอามาโพสต์ลงโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไลน์ ไอจี ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่  แต่มี “ของต้องห้ามโพสต์” ที่โพสต์แล้วไม่ผิดกฏหมาย แต่อันตรายอาจกลับเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

จากการแกะรอยของหลายคดีพบว่า “คนร้าย” ได้ข้อมูลของเหยื่อ มาจากโลกโซเชียลนี่แหละ เหมือนกับเหยื่อเปิดบ้านให้โจรเข้ามาขโมยของที่บ้านเลย เรามาดูสิ่งของที่ถือว่า “ไม่ควรโพสต์” เปิดช่องให้คนร้ายกันเลยดีกว่าค่ะ

  1. บัตรประชาชน พาสปอร์ต ในบัตรประชาชนเรานั้น ด้านหน้าบัตร มีสิ่งสำคัญที่คนร้ายสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เลข 13 หลัก หรือแม้กระทั่งบาร์โค๊ดที่อยู่บนบัตรก็สามารถนำไปแปลงเป็นเลขบัตรได้เช่นกันค่ะ
    ด้านหลังบัตร ก็จะมีเลเซอร์ไอดี Laser ID หรือ เลขควบคุมหลังบัตรประจำตัวประชาชน โดยเลขควบคุมหลังบัตร (Jc2 – xxx) นั้นเป็นเลขควบคุมและตรวจสอบบัตรใบนั้น ๆ และเลขควบคุมนี้เป็นความลับของบัตรแต่ละใบ เช่น เมื่อผู้เสียภาษีกรอกเลขควบคุมหลังบัตรประจำตัวประชาชน ระบบลงทะเบียนจะประมวลผลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เพื่อตรวจสอบว่าผู้เสียภาษีกรอกข้อมูลส่วนตัวถูกต้อง จึงจะสามารถ ดำเนินการแจ้งชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านใด  และแม้กระทั่งการถ่ายสำเนาบัตร ถ้าไม่ใช่ส่วนราชการหรือที่ที่ไว้งางใจได้ ก็ไม่ควรถ่ายด้านหลังให้ไปนะคะ ถ้าจะทำ ก็ควรจะมาจากบัตรคนละใบค่ะ

2. บัตรเครดิต ปกติการกรอกข้อมูล เพื่อชำระสินค้าออนไลน์นั้น ต้องการข้อมูล ชื่อเจ้าของบัตร เลขบัตร วันหมดอายุ และหมายเลข CVV (Card Verification Value) ที่อยู่หลังบัตร ซึ่งไอ้เจ้า CVV นี้มีไว้เพื่อการยืนยันตัวตนของผู้ถือบัตรในการใช้บัตรเครดิตชำระเงินออนไลน์ เพื่อยืนยันว่าผู้ที่ชำระเงินเป็นผู้ที่ถือบัตรอยู่จริง โดยมักจะเป็นเลข 3 หรือ 4 หลัก อยู่ด้านหลังบัตร
บัตรเอทีเอ็ม ก็เช่นกันค่ะปัจจุบันนี้ เอทีเอ็ม ก็เป็นเสมือนบัตรเดบิตอยู่หลายตัว หลักการทำงานก็จะเช่นเดียวกันค่ะ

3. การโพสต์บอกสถานที่ หรือ Check in ถ้ามีคนร้ายสักคน คอยติดตามเฝ้าดูคุณอยู่บนโซเชียล ก็เท่ากับเราบอกรายละเอียดให้คนร้ายได้รู้ เช่น อาจจะโพสต์เช็คอินที่บ้านตัวเอง พร้อมด้วยแคปชั่น “เหงาจัง อยู่บ้านคนเดียว” เมื่อคนร้ายรู้แล้วก็มีสิทธิที่จะคิดเข้ามาทำมิดีมิร้ายคุณได้
และเช่นกัน ถ้าคนร้ายคิดประสงค์จะเข้าไปขโมยของหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งในบ้านคุณ การที่คุณเช็คอินสถานที่นอกบ้าน ก็เหมือนกับบอกให้คนร้ายรู้กลายๆ ว่า ตอนนี้บ้านไม่มีใครอยู่นะ

และนี่คือ 3 สิ่งที่ เราพบบ่อยๆ ว่าคนร้ายใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ โซเชียลมีเดียมีประโยชน์มากมายค่ะ แต่อย่าลืมตระหนักถึงโทษของมันด้วย ขอให้เราใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่นะคะ

รู้ไว้ก่อน! ตำรวจสื่อสารออกโปสเตอร์ อาการเบื้องต้นโควิต19

ความรู้สึก “ตระหนก” นั้นเกิดขึ้นกับผู้คนหมู่มากพอควรในช่วงสถานการณ์โควิตระบาดนี้ การ ไอ จาม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนรอบข้าง ต่างก็ทำให้รู้สึก “่เครียด” จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และการทำงานมากพอควร

ล่าสุด พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ ทำโปสเตอร์ “รู้ทัน อาการเบื้องต้น โควิต 19” เพื่อนำมาเผยแพร่ในอาคาร 8 สทส. เพื่อให้ประชาชนและข้าราชการตำรวจที่พบเห็น ได้ตรวจสอบตัวเอง และไม่เกิดอาการวิตกจนเกินไป

แม้อาการของมันจะคล้ายกับการเป็นหวัดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันสักทีเดียว อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการสังเกตุอาการเบื้องต้นเพื่อไม่ให้วิตกจนเกินไป หากมีอาการน่าสงสัยก็ควรจะพบแพทย์เพื่อทำการตรวจละเอียดอีกครั้ง

ทุกคนต้องผ่าน! ด่านมนุษย์ วัดไข้ ล้างมือ ก่อนเข้าตึก สทส.

หลังจากที่ทั่วโลกประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ตั้งอยู่ อาคาร 8 ภายในรั้วปทุมวัน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเพิ่มจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อย่างทั่วถึงในทุกจุดในอาคารแล้ว

ล่าสุด พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ได้มีมาตรการเพิ่มเติมโดยการสั่งการให้มีการตรวจวัดไข้ ก่อนเข้าอาคารแล้ว โดยผู้ที่จะเข้าจะต้องผ่านการวัดไข้ก่อน เมื่อไม่มีไข้ ก็จะได้รับสติ๊กเกอร์เพื่อเป็นการยืนยันให้เข้าไปในอาคารได้ แต่ถ้าหากอุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จะได้แจ้ง โรงพยาบาลตำรวจมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ไม่เจอรถติด ไม่หงุดหงิดที่จอด มา ตร. ด้วยบริการขนส่งสาธารณะ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือที่เราเรียกกันย่อๆ ว่า ตร. นั้น ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว ซึ่งทุกหน่วยงานในย่านนี้ ต่างก็เจอปัญหาที่จอดรถ รวมทั้งรถติดเหมือนๆ กัน

ถ้าเราหันไปใช้บริการขนส่งสาธารณะ เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่อง “ที่จอดรถ” และถ้าเราใช้บริการรถไฟฟ้า เราไม่ต้องกังวลเรื่องรถติด ว่าแต่!!
เราจะไปเดินทางไป ตร. ได้ยังไง?

เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพการจราจรที่หนาแน่นในปัจจุบัน วันนี้ทาง บก.อก.สทส. จึงมีสาระน่ารู้เกี่ยวกับเเนวทางการเดินทางมารับบริการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้บริการรถโดยสารสาธารณะกันค่ะ

  • การเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS
    • เมื่อถึงสถานีสยาม ทางออก 6 จากนั้นเดินตามสกายวอร์ค ลงได้ทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่ง ถ.พระราม 1 และ ฝั่ง ถ.อังรีดูนังค์
  • การเดินทางโดยรถประจำทาง
    1. 15 เดอะมอลล์ท่าพระ – บางลำภู
    2. 40 สายใต้ – ตลาดลำสาลี
    3. 48 ราม2 – วัดพระเชตุพน(วัดโพธิ์)
    4. 54 วงกลมห้วยขวาง
    5. 73ห้วยขวาง – สะพานพุทธ
    6. 73ก อู่โพธิ์แก้ว – สะพานพุทธ
    7. 79 พุทธมณฑลสาย2 – ราชประสงค์
    8. 508 ปากน้ำ – ท่าราชวรดิษฐ์
    9. 501 มีนบุรี – หัวลำโพง
    10. 204 ห้วยขวาง – ท่าราชวงศ์

และนี่คือ การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนที่เรารวบรวมมาให้ค่ะ สะดวกทางไหนเลือกใช้กันได้เลย แต่แน่นอนค่ะ! รถไฟฟ้า จะเดินทางโดยสามารถกำหนดเวลาได้แม่นยำมากกว่าค่ะ